Publisher: Buddhachinaraj Hospital   (Total: 1 journals)   [Sort by number of followers]

Showing 1 - 1 of 1 Journals sorted alphabetically
Buddhachinaraj Medical J.     Open Access  
Similar Journals
Journal Cover
Buddhachinaraj Medical Journal
Number of Followers: 0  

  This is an Open Access Journal Open Access journal
ISSN (Online) 0125-7560
Published by Buddhachinaraj Hospital Homepage  [1 journal]

  •        

    • Authors: นันทิยา ตัณฑชุณห์
      Pages: 1 - 1
      Abstract: no abstract
      PubDate: 2022-05-23
      Issue No: Vol. 39, No. 1 (2022)
       

  •        

    • Authors: กวี อิงศรีวรกุล
      Pages: 2 - 9
      Abstract: การปิดผนังหน้าท้องเป็นขั้นตอนสำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแรงป้องกันการติดเชื้อ ผู้ป่วยบางรายไม่สามารถปิดผนังหน้าท้องได้ การศึกษาแบบวิเคราะห์ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบผลการผ่าตัดระหว่างผู้ป่วยที่ใช้และไม่ใช้เครื่องถ่างหน้าท้องตั้งแต่เริ่มผ่าตัด โดยศึกษาข้อมูลย้อนหลังจากเวชระเบียนของผู้ป่วยโรงพยาบาลพุทธชินราชที่ได้ รับการผ่าตัดช่องท้องฉุกเฉินหรือเร่งด่วนระหว่าง เดือนมกราคม พ.ศ. 2559 ถึงเดือนธันวาคม พ.ศ. 2563 ไม่รวมผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดช่องท้องจาก อุบัติเหตุ/ภาวะไส้ติ่งอักเสบและวินิจฉัยโรคตับอ่อน อักเสบ มีผู้ป่วยทั้งหมด 1,414 คน ขนาดตัวอย่าง 180 คน แบ่งเป็นกลุ่มใช้และไม่ใช้เครื่องถ่างหน้าท้องตั้งแต่เริ่มผ่าตัด 60 คนและ 120 คน ตามลำดับ เย็บปิดหน้าท้องได้ 60 คน (ร้อยละ 100) และ 111 คน (ร้อยละ 92.5) (p = 0.031) แผลแยก 5 คน (ร้อย ละ 8.3) และ 2 คน (ร้อยละ 1.7) (p = 0.042) ระยะ เวลานอนโรงพยาบาล 7 วันขึ้นไป 42 คน (ร้อยละ 70) และ 85 คน (ร้อยละ 70.8) (p = 0.908) เสียชีวิต 8 คน (ร้อยละ 13.3) และ 21 คน (ร้อยละ 17.5) (p =0.473) กลุ่มผู้ป่วยที่ใช้เครื่องถ่างหน้าท้อง ตั้งแต่ เริ่มผ่าตัดสามารถเย็บปิดหน้าท้องได้มากกว่า&...
      PubDate: 2022-05-23
      Issue No: Vol. 39, No. 1 (2022)
       

  •        ผลของการใส่ท่อช่วยหายใจแบบรวดเร็วโดยใช้ยานำสลบและยาคลายกล้ามเนื้อ
           ร่วมกับกล่องกันเชื้อฟุ้งกระจาย
           ณ แผนกฉุกเฉิน

    • Authors: ชมพูนุท แสงพานิชย์
      Pages: 10 - 20
      Abstract: การใส่ท่อช่วยหายใจแบบรวดเร็วโดยใช้ยานำสลบร่วมกับยาคลายกล้ามเนื้อ (rapid sequence intubation: RSI) ถือเป็นวิธีมาตรฐานในการใส่ท่อ ช่วยหายใจที่แผนกฉุกเฉิน พบว่ามีโอกาสสำเร็จสูง และเกิดภาวะแทรกซ้อนต่ำกว่าเมื่อเทียบกับการใส่ ท่อช่วยหายใจด้วยวิธีดั้งเดิม (non-RSI) จากการ ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 จึงใช้กล่องกันเชื้อฟุ้ง กระจายครอบขณะใส่ท่อช่วยหายใจทุกครั้งเพื่อ ป้องกันการติดเชื้อสู่บุคลากร การวิจัยกึ่งทดลองนี้มี วัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบผลการใส่ท่อช่วย หายใจสำเร็จ ระยะเวลา และภาวะแทรกซ้อนระหว่าง วิธี RSI กับ non-RSI ศึกษาในผู้ป่วยที่ได้รับการใส่ ท่อช่วยหายใจร่วมกับกล่องกันเชื้อฟุ้งกระจาย 100 คน ณ แผนกฉุกเฉิน แบ่งเป็นผู้ป่วยกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมกลุ่มละ 50 คน โดยกลุ่มทดลองใช้วิธี RSI กลุ่มควบคุมใช้วิธี non-RSI ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มที่ใส่ท่อช่วยหายใจด้วยวิธี RSI มีอัตราการใส่ท่อช่วยหายใจสำเร็จสูงกว่าและใช้ระยะเวลาในการใส่ ท่อช่วยหายใจสั้นกว่ากลุ่ม non-RSI อย่างมีนัย สำคัญทางสถิติ (p = 0.023, < 0.001 ตามลำดับ) แต่ การเกิดภาวะแทรกซ้อนไม่แตกต่างกันระหว่างสอง กลุ่มสรุปได้ว่า กา...
      PubDate: 2022-05-23
      Issue No: Vol. 39, No. 1 (2022)
       

  •        ภาวะแทรกซ้อนและผลลัพธ์ทางคลินิก
           

    • Authors: ณัฐิดา พงศ์วิไลรัตน์
      Pages: 21 - 30
      Abstract: การล้างไตทางช่องท้องเป็นวิธีบำบัดทดแทนไตที่เหมาะสมสำหรับผู้ ป่วยเด็กโรคไตวายเรื้อรัง การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินภาวะ แทรกซ้อนและผลลัพธ์ทางคลินิกในผู้ป่วยเด็กโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายที่ได้รับการรักษาด้วยการล้างไตทางช่องท้อง โดยศึกษาข้อมูล ย้อนหลังจากเวชระเบียนพบผู้ป่วย 35 คนที่อายุน้อยกว่า 15 ปี เมื่อแรก วินิจฉัยและได้รับการรักษาด้วยการล้างไตทางช่องท้องระหว่างวันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2553 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2563 ผู้ป่วย 35 คนได้รับ การล้างไตทางช่องท้องทั้งหมด 876 เดือน ค่ามัธยฐานของอายุ 11 ปี 1 เดือน (อายุ 6 เดือน ถึง 15 ปี) เกิดภาวะเยื่อบุช่องท้องอักเสบ 50 ครั้งใน ผู้ป่วย 19 คน (1 ครั้ง/17.5 patient-month) ระยะเวลาตั้งแต่เริ่มล้าง ไตจนถึงเกิดภาวะเยื่อบุช่องท้องอักเสบครั้งแรก 1-82 เดือน พบเชื้อแบคทีเรียแกรมลบมากที่สุด (ร้อยละ 42) ภาวะสายเลื่อนผิดตำแหน่ง เป็นภาวะแทรกซ้อนที่ไม่เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อที่พบมากที่สุด (ร้อยละ 50) พบอัตราป่วยตาย ร้อยละ 22.9 สรุปได้ว่า ภาวะเยื่อบุช่องท้อง อักเสบเป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยเด็กที่ได้รับการรักษา...
      PubDate: 2022-05-23
      Issue No: Vol. 39, No. 1 (2022)
       

  •        การพัฒนารูปแบบการคัดกรองสุขภาพในชุมชนเมือง
           

    • Authors: บริบูรณ์ รักษาแดน, วิโรจน์ วรรณภิระ, สุนันทา ภักดีอำนาจ
      Pages: 31 - 45
      Abstract: โรคไม่ติดต่อเรื้อรังเป็นปัญหาสุขภาพอันดับหนึ่งของโลกและของประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2561 ศูนย์สุขภาพชุมชนเมือง อำเภอเมือง พิษณุโลก มีผู้รับบริการ 44,442 ครั้ง (19,725 คน) ซึ่งเป็นโรคไม่ติดต่อ เรื้อรังร้อยละ 60.3 ทำให้แออัด การเข้าถึงการคัดกรองน้อยกว่าเป้า หมาย ชุมชนมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพตนเองน้อย การวิจัยเชิงปฏิบัติ การแบบมีส่วนร่วมครั้งนี้ดำเนินการระหว่างเดือนมกราคมถึงเดือน ธันวาคม พ.ศ. 2562 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการคัดกรอง สุขภาพในชุมชนเมืองโดยอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และทีมหมอครอบครัวโดยศึกษาใน อสม. 20 คนที่สมัครใจเข้าร่วมวิจัย และประชาชนที่อายุ 35 ปีขึ้นไปที่อาศัยอยู่ในเขตทีมหมอครอบครัวทีมที่ 4 อำเภอเมืองพิษณุโลก 135 คนซึ่งสุ่มด้วยการจับฉลากและยินยอม เข้าร่วมวิจัย นำเสนอเป็นจำนวน ค่าร้อยละ และค่ามัธยฐาน (Q1, Q3) เปรียบเทียบข้อมูลระหว่างการเข้ารับบริการ 6 เดือนแรกและ 6 เดือน หลังด้วยสถิติ Wilcoxon signed rank ผลการศึกษาได้รูปแบบการคัด กรองและตรวจติดตามความดันโลหิตและน้ำตาลในเลือดในชุมชนที่ส่ง เสริมให้ผู้รับบริการเข้าถึงบริกา...
      PubDate: 2022-05-23
      Issue No: Vol. 39, No. 1 (2022)
       

  •        ผลของการใช้แนวปฏิบัติทางการพยาบาลผู้ป่วยผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม
           

    • Authors: พนารัตน์ เจนจบ, สมบุญ ทับประดิษฐ์, สมาภรณ์ เทียนขาว
      Pages: 46 - 58
      Abstract: ข้อเข่าเสื่อมเป็นปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ การวิจัยแบบกึ่งทดลองนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบผลระหว่างการใช้แนวปฏิบัติ ทางการพยาบาลผู้ป่วยผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมชนิดเปลี่ยนข้อทั้งหมด ที่พัฒนาขึ้นใหม่กับแนวทางการดูแลแบบเดิมโดยศึกษาในผู้ป่วยข้อเข่า เสื่อมที่ได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมชนิดเปลี่ยนข้อทั้งหมดในโรง พยาบาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช จังหวัดตาก ระหว่างเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2563 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564 จำนวน 60 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 30 คน กลุ่มควบคุมได้รับ การดูแลตามแนวทางการดูแลแบบเดิม กลุ่มทดลองได้รับการดูแลตาม แนวปฏิบัติฯ ที่พัฒนาขึ้นใหม่ เปรียบเทียบข้อมูลระหว่างผู้ป่วยทั้งสอง กลุ่ม ด้วยการทดสอบ chi-square, Mann Whitney U และ independent sample t กำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 พบ ว่าเพศ อายุ โรคร่วม ดัชนีมวลกาย และผู้ดูแลของผู้ป่วยทั้งสองกลุ่ม ตลอดจนภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัด องศาการเหยียดและงอของข้อเข่า ไม่แตกต่างกัน คะแนนความปวดในกลุ่มทดลองต่ำกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติกลŬ...
      PubDate: 2022-05-23
      Issue No: Vol. 39, No. 1 (2022)
       

  •        ความแตกต่างของการประเมินขนาดของพื้นที่ผิวไหม้
           

    • Authors: พงษ์สิทธิ์ ชุนพงษ์ทอง
      Pages: 59 - 67
      Abstract: การประเมินขนาดของพื้นที่ผิวไหม้มีความสำคัญใน การกำหนดปริมาณสารน้ำทดแทนที่จะให้แก่ผู้ป่วยแผลผิวไหม้เพราะการให้สารน้ำที่มากหรือน้อยเกิน ไปจะส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น น้ำท่วมปอด หรือไตวาย การศึกษาแบบวิเคราะห์นี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อเปรียบเทียบความแตกต่างของการประเมินขนาด ของพื้นที่ผิวไหม้ระหว่างโรงพยาบาลแรกรับกับโรง พยาบาลที่รับส่งต่อ โดยศึกษาข้อมูลย้อนหลังจาก เวชระเบียนของผู้ป่วยแผลผิวไหม้ทุกรายที่ได้ส่งต่อ มายังหน่วยแผลไหม้โรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลกระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2559 ถึง 30 กันยายน พ.ศ. 2563 นำเสนอเป็นจำนวน ค่าร้อยละ และค่ามัธยฐาน (ค่าต่ำสุด-ค่าสูงสุด) เปรียบเทียบ ข้อมูลระหว่างโรงพยาบาลด้วยสถิติ Wilcoxon signed-rank และ paired t กำหนดค่าระดับนัย สำคัญทางสถิติที่ 0.05 ซึ่งมีผู้ป่วย 112 ราย พบว่า ประเมินขนาดของพื้นที่ผิวไหม้แตกต่างกันมากกว่าที่ ประเมินได้เท่ากันเป็นอัตราส่วน 2.4: 1 โดยเป็นการ ประเมินที่มากเกินไป 59 ราย (ร้อยละ 52.7) ซึ่งมีค่า มัธยฐานของขนาดของพื้นที่ผิวไหม้ที่ประเมินโดย โรงพยาบาลแรกรับเท่ากับ 20% TBSA มากกว่าที่ ประเมินโ...
      PubDate: 2022-05-23
      Issue No: Vol. 39, No. 1 (2022)
       

  •        ลักษณะทางคลินิกและผลการรักษาโรคเบาหวานในเด็กอายุน้อยกว่า
           15 ปี

    • Authors: เมจินี เด่นศรีวิวัฒน์
      Pages: 68 - 81
      Abstract: โรคเบาหวานเป็นโรคไม่ติดต่อที่สำคัญ การศึกษาแบบพรรณนานี้มี วัตถุประสงค์เพื่อประเมินลักษณะทางคลินิกและผลการรักษาโรคเบา หวานในเด็กอายุน้อยกว่า 15 ปี โดยทบทวนเวชระเบียนผู้ป่วยเด็กโรค เบาหวานที่รักษาในโรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลกระหว่างเดือน มกราคม พ.ศ. 2554 ถึงเดือนธันวาคม พ.ศ. 2563 พบผู้ป่วยเด็กโรคเบา หวานรายใหม่ 88 คน เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ร้อยละ 68.2 ชนิดที่ 2 ร้อยละ 22.7 และชนิดจำเพาะต่างๆ ร้อยละ 9.1 ผู้ป่วยเด็กโรคเบาหวาน ชนิดที่ 1 มีค่ามัธยฐานของอายุที่วินิจฉัยครั้งแรก 7.2 ปี อาการนำ คือ ภาวะน้ำตาล ในเลือดสูงร่วมกับพบสารคีโตนและเลือดเป็นกรดร้อยละ 76.7 ค่าเฉลี่ยของน้ำตาลสะสมเมื่อให้การวินิจฉัยครั้งแรก เท่ากับ 12.64% ขณะที่ผู้ป่วยเด็กโรคเบาหวานชนิดที่ 2 มีค่ามัธยฐานของอายุที่ วินิจฉัยครั้งแรก 13.1 ปีอาการนำ คือ อาการแสดงของเบาหวานร้อยละ 60 โดยมีโรคอ้วนร่วมร้อยละ 43.8 ค่าเฉลี่ยของน้ำตาลสะสมเมื่อให้การ วินิจฉัยครั้งแรกเท่ากับ 14.52% ขณะที่ในอายุปัจจุบันพบค่าเฉลี่ยของน้ำตาลสะสมสูงในช่วงอายุ 10.0 ถึง 14.9 ปีในผู้ป่วยเด็กโรคเบาหวาน ชนิดที่ 1 และอายุ 15.0 ถึง 18.9 ปี ในผู้ป&...
      PubDate: 2022-05-23
      Issue No: Vol. 39, No. 1 (2022)
       

  •        

    • Authors: ศิริพร ศิริวัฒนไพศาล, ทรงศักดิ์ จำปาแพง, สมศรี ปานพลอย
      Pages: 82 - 97
      Abstract: การผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจเป็นการผ่าตัดใหญ่ซึ่งสำคัญต่อชีวิต การวิจัยและพัฒนาแบบเปรียบเทียบก่อน-หลังครั้งนี้เพื่อพัฒนารูป แบบการพยาบาลผู้ป่วยผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจและประเมิน ผลลัพธ์ของการพัฒนาระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงเดือนธันวาคม พ.ศ. 2564 ณ หอผู้ป่วยศัลยกรรมหัวใจและทรวงอกกับห้องผู้ป่วยหนัก ศัลยกรรมหัวใจและทรวงอก โรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก การ พัฒนาแบ่งเป็น 4 ขั้นตอน: ขั้นตอนที่ 1 ศึกษาสถานการณ์ ขั้นตอนที่ 2 พัฒนารูปแบบการพยาบาลผู้ป่วยผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจ ขั้นตอนที่ 3 นำรูปแบบที่พัฒนาไปใช้ ขั้นตอนที่ 4 ประเมินผลลัพธ์การ พยาบาล วิเคราะห์ข้อมูลเชิงเนื้อหาและนำเสนอเป็นค่าความถี่ ค่าร้อย ละค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่ามัธยฐาน (Q1, Q3) เปรียบ เทียบข้อมูลด้วยการทดสอบ McNemar, paired t, Wilcoxon signed ranks, chi-square, Mann Whitney U และ independent t กำหนดค่านัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 พบว่าหลังใช้รูป แบบการพยาบาลผู้ป่วยผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจที่พัฒนาขึ้น ความสามารถในการพยาบาลผู้ป่วยก่อนผ่าตัดเตรียมส่งผ่าตัด ระยะ วิกฤต หลังผ่าตัดระยะต่อเน...
      PubDate: 2022-05-23
      Issue No: Vol. 39, No. 1 (2022)
       

  •        บทบาทสำคัญด้านคลินิกในการช่วยวินิจฉัยโรคตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน
           ของค่า Random Urine Amylase

    • Authors: สนทรา ปิ่นอนุสรณ์
      Pages: 98 - 107
      Abstract: โรคตับอ่อนอักเสบเฉียบพลันพบบ่อยทางศัลยกรรมซึ่งวินิจฉัยจากอาการทางคลินิกและผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ โดยนิยมใช้ค่า อะไมเลสในเลือด แต่พบว่าค่าความไวไม่แน่นอน ทว่าเมื่อใช้ค่า อะไมเลสในปัสสาวะที่เก็บ 2 ชั่วโมงหรือ 24 ชั่วโมงพบว่ามีค่าความไว และค่าความจำเพาะสูงกว่าค่าอะไมเลสในเลือด แต่โรงพยาบาลพุทธ ชินราช พิษณุโลกส่วนมากใช้ค่าอะไมเลสในปัสสาวะที่เก็บเมื่อใดก็ได้ ซึ่งยังไม่มีค่าจุดตัดที่ชัดเจน การศึกษานี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินค่า อะไมเลสในปัสสาวะที่เก็บเมื่อใดก็ได้ในการช่วยวินิจฉัยโรคตับอ่อน อักเสบเฉียบพลันโดยเปรียบเทียบกับค่าอะไมเลสในเลือด ศึกษาข้อมูล ย้อนหลังจากเวชระเบียนผู้ป่วยโรคตับอ่อนอักเสบเฉียบพลันที่เข้ารักษา ที่กลุ่มงานศัลยกรรม โรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลกระหว่างปี พ.ศ. 2560-2564 ซึ่งพบว่าค่าจุดตัดของค่าอะไมเลสในเลือดมากกว่า/ เท่ากับ 240U/L โดยราคาค่าตรวจ 110 บาท ส่วนค่าจุดตัดของค่า อะไมเลสในปัสสาวะที่เก็บเมื่อใดก็ได้มากกว่า/เท่ากับ 720U/L โดย ราคาค่าตรวจ 108 บาท ค่าความไวของค่าอะไมเลสในปัสสาวะที่เก...
      PubDate: 2022-05-23
      Issue No: Vol. 39, No. 1 (2022)
       
  • IgG4-Related Disease
           ของท่อไตส่วนต้นด้านขวาในผู้ป่วยชายอายุ
           55 ปี: รายงานผู้ป่วย

    • Authors: จินตนา วังสถิตธรรม
      Pages: 108 - 115
      Abstract: IgG4-related disease เป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากภาวะการอักเสบและการเปลี่ยนแปลงเป็นพังผืด ในปัจจุบันพบรายงานอุบัติการณ์ของ IgG4- related disease เพิ่มขึ้น โดยแสดงอาการของโรคที่แตกต่างกัน เช่น ภาวะอักเสบอาการคล้ายภาวะติดเชื้อ รวมถึงอาการคล้ายเนื้องอก รายงานนี้ได้นำเสนอผู้ป่วยชายอายุ 55 ปีมาด้วยอาการปวดท้องเรื้อรัง ผลการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์พบก้อนที่ท่อไตส่วนบนด้านขวา ผู้ ป่วยเข้ารับการผ่าตัดไตและท่อไตด้านขวาผลการตรวจชิ้นเนื้อก้อนที่ บริเวณท่อไตส่วนบนพบลักษณะการเปลี่ยนแปลงที่เข้าได้กับเกณฑ์การ วินิจฉัยหลักของ IgG4-related disease 2 ลักษณะคือการเพิ่มขึ้นของ เม็ดเลือดขาวชนิดพลาสมาเซลล์และเม็ดเลือดขาวชนิดลิมโฟไซต์ใน เนื้อเยื่อ ร่วมกับการเกิดพังผืดลักษณะคล้ายพายุหมุน ผลย้อมอิมมูโนฮิส โตเคมีพบอัตราส่วนเม็ดเลือดขาวชนิดพลาสมาเซลล์ที่แสดงผลบวกต่อ IgG4 เพิ่มขึ้นเกินร้อยละ 40 (ร้อยละ 49) ร่วมกับมีระดับ IgG4 ในเลือด เพิ่มขึ้น [644 มิลลิกรัม ต่อเดซิลิตร (> 135 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร)] ผู้ ป่วยรายนี้จึงได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น IgG4-related disease สรุปได้ว่าการวินิจฉัย IgG4-related disease ต้องอาศัยความสัมพันธ์ข...
      PubDate: 2022-05-23
      Issue No: Vol. 39, No. 1 (2022)
       

  •        ผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกแพร่กระจายไปลำไส้ใหญ่
           ที่มาด้วยอาการปวดท้องเฉียบพลัน:
           รายงานผู้ป่วยพบน้อย

    • Authors: พัชราวรรณ ประสิทธิ์วิเศษ
      Pages: 116 - 122
      Abstract: มะเร็งปากมดลูกสามารถแพร่กระจายได้โดยการแพร่กระจายโดยตรงไป ยังอวัยวะใกล้เคียง ส่วนมะเร็งปากมดลูกที่แพร่กระจายไปที่ลำไส้พบได้ น้อย จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้วินิจฉัยได้ยากและคาดไม่ถึง ซึ่งสามารถ ทำให้เกิดลำไส้อุดตันหรือลำไส้ทะลุได้ บทความนี้นำเสนอรายงานผู้ ป่วยหญิงไทยอายุ 74 ปี มีประวัติเป็นมะเร็งปากมดลูกหลังได้รับการ รักษาด้วยการฉายรังสีประมาณ 20 ปี พบการแพร่กระจายไปที่ ลำไส้ใหญ่ต่อลำไส้ตรง มีอาการปวดท้อง ท้องอืดมากขึ้นจากการที่มี ลำไส้ใหญ่ด้านซ้ายอุดตัน ผู้ป่วยได้รับการผ่าตัดเปิดท้อง ตัดและต่อ ลำไส้ตำแหน่งที่อุดตันออก ผลตรวจทางพยาธิวิทยาของชิ้นเนื้อจากการ ส่องกล้องจุลทรรศน์และย้อมพิเศษพบว่าเป็นลำไส้อุดตันจากการแพร่ กระจายของมะเร็งปากมดลูกมาที่ลำไส้ โดยไม่พบหลักฐานของการเป็น มะเร็งซ้ำที่ปากมดลูก ผู้ป่วยรายนี้มีอาการแสดงของลำไส้ใหญ่ด้านซ้าย อุดตันจากการแพร่กระจายของมะเร็งปากมดลูก สรุปได้ว่าภาวะไส้ใหญ่ อุดตันจากสาเหตุนี้อาจเป็นหนึ่งในการวินิจฉัยแยกโรคในผู้ป่วยที่มี อาการปวดท้องเฉียบพ...
      PubDate: 2022-05-23
      Issue No: Vol. 39, No. 1 (2022)
       

  •        การเจ็บป่วยจากความร้อนในการออกกำลังกาย:
           

    • Authors: ชมพูนุท แสงพานิชย์
      Pages: 123 - 131
      Abstract: จากสภาวะโลกร้อนที่อุณหภูมิมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การออกกำลังกายในสภาพอากาศร้อนนั้นร่างกายมีกลไกการปรับสมดุลความ ร้อนเพื่อควบคุมอุณหภูมิกายให้ปกติ หากกลไกควบคุมอุณหภูมินี้ ทำงานผิดปกติไปจากการได้รับความร้อนและไม่สามารถระบายความ ร้อนได้ ส่งผลให้เกิดการเจ็บป่วยจากความร้อน ซึ่งมีอาการตั้งแต่ไม่ รุนแรง ได้แก่ กล้ามเนื้อเป็นตะคริว ลมแดด เพลียแดด และที่รุนแรงที่สุด จนเป็นอันตรายต่อชีวิตคือโรคลมร้อน บทความนี้นำเสนอสรีรวิทยาของ ร่างกายกับความร้อน ลักษณะทางคลินิก การวินิจฉัย ปัจจัยเสี่ยง และ การรักษาภาวะเจ็บป่วยจากความร้อนในการออกกำลังกาย โดยเฉพาะ โรคลมร้อนที่ต้องได้รับการวินิจฉัยและให้การรักษาโดยวิธีลดอุณหภูมิ กายอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ ตั้งแต่ที่เกิดเหตุ ระหว่างนำส่งโรงพยาบาลและ ที่ห้องฉุกเฉิน จะช่วยลดภาวะแทรกซ้อนและการเสียชีวิต ไดซึ้่งการเจ็บป่วยจากความอันเป็นภาวะที่ป้องกันได้ ดังนั้น แนวทาง การป้องกันและวางแผนเมื่อออกกำลังกาย จึงเป็น สิ่งสำคัญ
      PubDate: 2022-05-23
      Issue No: Vol. 39, No. 1 (2022)
       

  •        พยาธิสภาพจากการชันสูตรศพอย่างสมบูรณ์
           ในผู้ป่วยที่เสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิด-19:
           การทบทวนวรรณกรรม

    • Authors: ณัฐสิทธิ์ เจริญสันติ
      Pages: 132 - 138
      Abstract: ในประเทศไทยนั้นศพติดเชื้อโควิด-19 ถือเป็นการตายโดยธรรมชาติ ไม่ ต้องชันสูตรศพ จึงไม่มีผลชันสูตรศพติดเชื้อโควิด-19 ในไทย การ ทบทวนวรรณกรรมจากรายงานการชันสูตรศพที่สมบูรณ์ในต่างประเทศ 8 ฉบับ ซึ่งมีศพ จำนวน 219 ศพ อายุระหว่าง 19-100 ปี มีโรคประจำตัว ร้อยละ 90 เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือด โรคความดันโลหิตสูงและ โรคปอดเรื้อรัง โดยพยาธิวิทยาที่พบบ่อยที่สุด คือ ปอดน้ำหนักมาก ปอดบวมน้ำ และหลอดเลือดอุดตันที่ปอดส่วนผลการตรวจทางจุลพยาธิ วิทยาที่พบบ่อย คือ ถุงลมปอดอักเสบอย่างรุนแรง การอักเสบกระจายใน อวัยวะต่าง ๆ นอกจากนี้ยังพบการอุดตันในหลอดเลือดขนาดเล็กใน หัวใจ ไต และสมอง ซึ่งบ่งชี้ว่าการติดเชื้อเพิ่มการอักเสบความผิดปกติ ในการแข็งตัวของเลือด และลิ่มเลือดอุดตัน สรุปได้ว่าภาวะถุงลมปอด อักเสบอย่างรุนแรงและภาวะลิ่มเลือดอุดตันในอวัยวะต่าง ๆ เป็นพยาธิ สภาพหลักที่พบจากการชันสูตรศพอย่างสมบูรณ์ในผู้ป่วยที่เสียชีวิตจาก การติดเชื้อโควิด-19
      PubDate: 2022-05-23
      Issue No: Vol. 39, No. 1 (2022)
       
 
JournalTOCs
School of Mathematical and Computer Sciences
Heriot-Watt University
Edinburgh, EH14 4AS, UK
Email: journaltocs@hw.ac.uk
Tel: +00 44 (0)131 4513762
 


Your IP address: 3.238.180.255
 
Home (Search)
API
About JournalTOCs
News (blog, publications)
JournalTOCs on Twitter   JournalTOCs on Facebook

JournalTOCs © 2009-