for Journals by Title or ISSN
for Articles by Keywords
help
Followed Journals
Journal you Follow: 0
 
Sign Up to follow journals, search in your chosen journals and, optionally, receive Email Alerts when new issues of your Followed Journals are published.
Already have an account? Sign In to see the journals you follow.
Journal Cover

  •        การสร้างองค์ความรู้ผ่านการวิจัยวัฒนธรรม
           

    • Authors: ชวิตรา ตันติมาลา
      Pages: 1 - 24
      Abstract: การวิจัยแบบสร้างทฤษฎีจากข้อมูลเชิงชาติพันธุ์วรรณนาเป็นหนึ่งในวิธีการวิจัยเชิงคุณภาพที่กำลังได้รับการยอมรับในวงวิชาการและวงการวิจัย และถูกใช้กันอย่างแพร่หลายในการสร้างองค์ความรู้ของศาสตร์ด้านต่างๆ ทั้งสาขาพยาบาลศาสตร์และจิตเวช สาขาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา สาขาเศรษฐศาสตร์และการตลาด เศรษฐศาสตร์ การวิจัยแบบสร้างทฤษฎีจากข้อมูลเชิงชาติพันธุ์วรรณนาใช้การตีความและสร้างสรรค์ วิธีการวิจัยนี้ได้นำเอาวิธีการวิจัยเชิงคุณภาพที่มีประสิทธิภาพ สองวิธีการมาผสมผสานกัน คือ การวิจัยแบบสร้างทฤษฎีจากข้อมูล และการวิจัยเชิงชาติพันธุ์วรรณนา ซึ่งเป็นวิธีการที่มีจุดเด่น และข้อจำกัดแตกต่างกัน เพื่อตีความเข้าใจสังคมที่ศึกษาและเพื่ออธิบายปรากฏการณ์ที่ศึกษา ตลอดจนเพื่อสร้างองค์ความรู้ผ่านการวิจัยวัฒนธรรม ให้มีศักยภาพในการนำเสนอความเข้าใจของผู้ให้ข้อมูลที่มาจากประสบการณ์จริงได้อย่างเข้มข้น และเข้มแข็ง Constructing the Body of Knowledge through Cultural Research based on Grounded Theory in Ethnography Approach The Grounded Theory in Ethnography is an approach in qualitative research, which are recognized in academic and research circles and widely used in various subjects: Nursing and Psychiatry Sociology and Anthropology Economics and Market. The methodology combined the two qualitative research method; including Grounded heory and Ethnography. They had  different strong point and limitation to interpret the social under...
      PubDate: 2018-01-31
      Issue No: Vol. 10, No. 1 (2018)
       

  •        พฤติกรรมสร้างนวัตกรรมในการทำงาน:
           แนวคิด ปัจจัยเชิงสาเหตุ
           ความท้าทาย

    • Authors: ประเวช ชุ่มเกษรกูลกิจ
      Pages: 25 - 41
      Abstract: บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอแนวคิดเกี่ยวกับคำนิยาม มิติ และความท้าทายในการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมสร้างนวัตกรรมในองค์การ  โดยพฤติกรรมสร้างนวัตกรรมในการทำงาน หมายถึง พฤติกรรมทั้งหมดของพนักงานที่เกี่ยวข้องกับการสร้าง การสนับสนุน และหรือการประยุกต์ใช้ความคิด กระบวนการ ผลิตภัณฑ์หรือขั้นตอนการทำงานใหม่ในงานของตัวเอง ในกลุ่มงาน หรือองค์การ โดยสิ่งใหม่ดังกล่าวนี้มีแนวโน้มที่จะแก้ไขปัญหาขององค์การได้  นักวิจัยส่วนใหญ่มักจะให้คำนิยามเกี่ยวกับพฤติกรรมสร้างนวัตกรรม (Innovative Behavior) และพฤติกรรมสร้างนวัตกรรมในการทำงาน (Innovative Work Behavior) ไว้คล้ายคลึงกัน อย่างไรก็ตามคำว่าพฤติกรรมสร้างนวัตกรรมในการทำงานนั้นมีบริบทที่เฉพาะและชัดเจนกว่า ในด้านการแบ่งมิตินั้นพบว่านักวิจัยส่วนใหญ่มักแบ่งมิติตามแนวคิดเรื่องกระบวนการของนวัตกรรม โดยมักแบ่งออกเป็น 3 มิติ คือ การสร้างความคิด (Idea Generation) การสนับสนุนความคิด (Idea Promotion) และการทำให้ความคิดเป็นจริง (Idea Realization and Innovation) สำหรับปัจจัยเชิงสาเหตุของพฤติกรรมสร้างนวัตกรรมในการทำงานสามารถแบ่งออกได้เป็น ปัจจัยŪ...
      PubDate: 2018-01-31
      Issue No: Vol. 10, No. 1 (2018)
       

  •        ปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีต่อการพัฒนาหัวข้อวิจัยและการเผยแพร่ผลงานวิจัยของ
           อาจารย์มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
           

    • Authors: อังศินันท์ อินทรกำแหง, ฉัตรชัย เอกปัญญาสกุล, วิชุดา กิจธรธรรม, สิทธิพงศ์ วัฒนานนท์สกุล, อรัญ วานิชกร, ศรัณย์ พิมพ์ทอง, อัจศรา ประเสริฐสิน, สุดารัตน์ ตันติวิวัทน์, เจนนิเฟอร์ ชวโนวานิช, พิชชาดา สุทธิแป้น
      Pages: 42 - 62
      Abstract: การวิจัยผสานวิธีครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสาเหตุเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาหัวข้อวิจัยและการเผยแพร่ผลงานวิจัย 2) เพื่อตรวจสอบความสอดคล้องของโมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุด้านปัจจัยทางชีวจิตสังคม เจตคติที่ดีต่อการทำงานวิจัย และคุณลักษณะที่ดีของการเป็นพี่เลี้ยง ที่มีต่อการพัฒนาหัวข้อวิจัยและการเผยแพร่ผลงานวิจัย โดยมีผู้ให้ข้อมูลในการวิจัยเชิงคุณภาพได้แก่ หัวหน้าหน่วยวิจัยในมหาวิทยาลัย  4 คน นักวิจัยพี่เลี้ยงที่เคยเป็นหัวหน้าทีมวิจัย 6 คน โดยใช้การสัมภาษณ์ด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา ส่วนกลุ่มตัวอย่างในการวิจัยเชิงปริมาณ คือ อาจารย์มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ จำนวน 250 คน เครื่องมือที่ใช้ คือ แบบสอบถามประเมินตนเองเป็นแบบประมาณค่า 5 ระดับจำนวน 58 ข้อเกี่ยวกับปัจจัยการพัฒนาหัวข้อวิจัยและการเผยแพร่ผลงานวิจัยที่มีค่าความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา หรือ IOC เท่ากับ 0.67-1.00 และใช้สถิติทดสอบโมเดลอิทธิพลด้วยโปรแกรมลิสเรล  ผลการวิจัยพบว่า 1) สาเหตุเงื่อนไขในการพัฒนาหัวข้อวิจัยและการเผยแพร่ผลงานวิจัย ได้แก่ คุณ&#...
      PubDate: 2018-01-31
      Issue No: Vol. 10, No. 1 (2018)
       

  •        ความเที่ยงตรงของโครงสร้างองค์ประกอบและแบบจำลอง
           ความสัมพันธ์เชิงโครงสร้างการมองเชิงบวกทางวิชาการ
           ของครูในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม
           จังหวัดชายแดนใต้

    • Authors: ฮานานมูฮิบบะตุดดีน นอจิ, นำชัย ศุภฤกษ์ชัยสกุล, กาญจนา ภัทราวิวัฒน์
      Pages: 63 - 82
      Abstract: การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันของการมองเชิงบวกทางวิชาการของครูโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม  จังหวัดชายแดนใต้  โดยการทดสอบความสอดคล้องกลมกลืนของแบบจำลองการวัดการมองเชิงบวกทางวิชาการของครูกับข้อมูลเชิงประจักษ์  กลุ่มตัวอย่างคือครูที่โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 404 คน ที่ปฏิบัติงานสอนอยู่ใน 21 โรงเรียน  เก็บรวบรวมข้อมูลจากแบบวัดการมองเชิงบวกทางวิชาการของครูแบบมาตรประมาณค่า 6 ระดับ ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบ ได้แก่ ด้านการรับรู้ความสามารถของครู  ด้านความไว้วางใจต่อนักเรียนและผู้ปกครอง  และด้านการมุ่งเน้นวิชาการ  แบบวัดผ่านการตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาจากผู้ทรงคุณวุฒิ  และมีค่าความเชื่อมั่นของแบบวัดทั้งฉบับอยู่ที่ 0.90  ผลการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน  พบว่า  แบบจำลองการวัดการมองเชิงบวกทางวิชาการของครูมีความสอดคล้องกลมกลืนกับข้อมูลเชิงประจักษ์  ด้านที่มีค่าน้ำหนักองค์ประกอบสูงสุดคือด้านการรับรู้ความสามารถของครู (factor loading=0.96) &#...
      PubDate: 2018-01-31
      Issue No: Vol. 10, No. 1 (2018)
       

  •        วิธีการสร้างแบรนด์และผลของการสร้างแบรนด์
           

    • Authors: วีรพงษ์ (Weerapong) พวงเล็ก (Pounglek), นริสรา (Narisara) พึ่งโพธิ์สภ (Peungposop), ดุษฎี (Dusadee) โยเหลา (Yoelao)
      Pages: 103 - 125
      Abstract: การวิจัยเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทำความเข้าใจวิธีการและผลของการสร้างแบรนด์ภายในองค์กรในมุมมองของผู้บริหารและพนักงานสายวิชาการของสถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐและเอกชน โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบการศึกษาเฉพาะกรณีเชิงคุณภาพ ทั้งนี้ผู้วิจัยเลือกสนามวิจัยที่ใช้เป็นตัวอย่างในการศึกษาจำนวน 2 แห่ง ได้แก่ สถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐ 1 แห่ง และสถาบันอุดมศึกษาเอกชน 1 แห่ง และทำการสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ให้ข้อมูลสำคัญ 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผู้บริหารระดับสูง กลุ่มผู้บริหารระดับคณะ และกลุ่มพนักงานสายวิชาการของสถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐและเอกชน ผลการวิจัยแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ 1 วิธีการสร้างแบรนด์ภายในองค์กรของสถาบันอุดมศึกษา พบว่ามีวิธีการที่สำคัญ 2 ประการ ได้แก่ 1) การทำให้บุคลากรเข้าใจอัตลักษณ์ของแบรนด์มหาวิทยาลัย ซึ่งมีกลวิธี 6 ประการ ได้แก่ การเรียนรู้จากการทำงานพิเศษของมหาวิทยาลัยร่วมกัน การจัดกิจกรรมการพัฒนาอัตลักษณ์แบรนด์มหาวิทยาลัยให้กับอาจารย์ การปฏิบัติภาวะผู้นำของผู้บริหาร การสื่&...
      PubDate: 2018-01-31
      Issue No: Vol. 10, No. 1 (2018)
       

  •        ความเป็นมืออาชีพทางการแพทย์:
           

    • Authors: ธนยศ สุมาลย์โรจน์, นำชัย ศุภฤกษ์ชัยสกุล, เธียรชัย งามทิพย์วัฒน์
      Pages: 126 - 145
      Abstract: การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและตรวจสอบคุณสมบัติการวัดของแบบวัดความเป็นมืออาชีพทางการแพทย์ที่พัฒนาขึ้นจากการนิยามของ American Board of Internal Medicine (ABIM) และจากแบบวัดต่างประเทศ แบบวัดที่สร้างขึ้นนี้ผ่านการตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาจากผู้เชี่ยวชาญก่อนนำไปเก็บข้อมูลกับนักศึกษาแพทย์ของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ชั้นปีที่ 2 – 6 จำนวน 695 คน ประกอบด้วยชาย 325 คน (ร้อยละ 46.8) และหญิง 369 คน (ร้อยละ 53.2) ผลการวิจัยพบว่าแบบวัดประกอบด้วยคำถาม 32 ข้อ โดยมีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.932 สำหรับผลการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันพบว่าแบบจำลองการวัดมีความกลมกลืนกับข้อมูลเชิงประจักษ์ผ่านเกณฑ์ที่ยอมรับได้ (c2 = 2210.32, df = 458, CFI = 0.97, TLI = 0.96, RMSEA = 0.074, SRMR = 0.053, GFI = 0.83) และสนับสนุนว่าประกอบด้วยองค์ประกอบ 6 ด้าน ได้แก่ 1) การเห็นแก่ประโยชน์ของผู้อื่นมากกว่าประโยชน์ส่วนตน 2) การมีความรับผิดชอบทั้งต่อตนเอง ผู้ป่วย สังคม และวิชาชีพ 3) การหมั่นพัฒนาตนและวิชาชีพอย่างสม่ำเสมอ 4) การให้ความสำคัญต่อบทบาทของวิชาชีพ 5) การมีความซื่อสัตย์ ยุติธรรม มีความชอบธรรม ยึดถือกฎระเบียบ และ 6) การเคารพในสิทธิของผู้อื่น ดังนั้นแบบ...
      PubDate: 2018-01-31
      Issue No: Vol. 10, No. 1 (2018)
       

  •        การถ่ายทอดทางสังคมในการเล่นหมากล้อม
           

    • Authors: มติ ทาเจริญศักดิ์, วิชุดา กิจธรธรรม, กาญจนา ภัทราวิวัฒน์
      Pages: 166 - 190
      Abstract: การศึกษาครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อศึกษาการถ่ายทอดทางสังคมในการเล่นหมากล้อมว่ามีกระบวนการอย่างไรและส่งผลต่อผู้เรียนอย่างไรบ้าง โดยเลือกแบบแผนการวิจัยเชิงคุณภาพแบบกรณีศึกษา ใช้วิธีการเลือกผู้ให้ข้อมูลหลักแบบเฉพาะเจาะจง 3 กลุ่ม ประกอบด้วย 1) ครูผู้สอนหมากล้อมชาวไทย จำนวน 5 คน 2) ครูผู้สอนหมากล้อมชาวญี่ปุ่น 2 คน 3) ผู้ปกครอง จำนวน 1 ครอบครัว วิธีการเก็บข้อมูลที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ การสัมภาษณ์เชิงลึกและการมีส่วนร่วมในฐานะผู้สังเกต ในการวิเคราะห์ข้อมูล ใช้การวิเคราะห์เชิงเนื้อหาเพื่อหาแบบแผนและจัดกลุ่มข้อมูลแบบผสมระหว่างข้อมูลจากสนามการวิจัยและแนวคิดทฤษฎี ผลการศึกษา 1) ในด้านการถ่ายทอดทางสังคมพบว่า ครูผู้สอนหมากล้อม มีบทบาทสำคัญคือเป็นผู้ถ่ายทอดทางสังคมแก่ผู้เรียน โดยมีเนื้อหาในการถ่ายทอดประกอบด้วย กฎกติกา เทคนิคในการเล่นหมากล้อม ทักษะกระบวนการแก้ปัญหา และ เรียนรู้แนวคิดในการเล่นหมากล้อม มีวิธีการถ่ายทอดใช้เทคนิคการเสริมต่อการเรียนรู้ในการพัฒนาทักษะของผู้เรียน 2) ผลจากการถ่ายทอดทางสังคมพบว่า ผู้เร$...
      PubDate: 2018-01-31
      Issue No: Vol. 10, No. 1 (2018)
       

  •        การพัฒนารูปแบบกิจกรรมการทำงานส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยง
           ของทีมสุขภาพในชุมชน:
           

    • Authors: สุดา suda วงศ์สวัสดิ์ wongsawad, นริสรา Narisara พึ่งโพธิ์สภ Peungposop, ดุษฎี dusadee โยเหลา yoelao, จุฑารัตน์ Chutarat สถิรปัญญา Sathirapanya
      Pages: 191 - 207
      Abstract: การศึกษาครั้งนี้ได้ดำเนินการตามกระบวนการวิจัยปฏิบัติการเชิงวิพากษ์  มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบกิจกรรมการทำงานส่งเสริมสุขภาพจิตของผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยงของทีมสุขภาพในชุมชน ในการศึกษาครั้งนี้ได้ดำเนินกิจกรรมทั้งสิ้นกับ 2 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนครนายก และจังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมีผู้ร่วมวิจัยทั้งสิ้น 4 กลุ่ม ได้แก่ 1) กลุ่มเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานภาครัฐ 2) กลุ่มอาสาสมัคร 3) ครอบครัวของผู้สูงอายุ และ 4) ผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยง ภายหลังการสิ้นสุดวงจร สามารถพัฒนารูปแบบกิจกรรมการทำงานส่งเสริมสุขภาพจิตผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยงของกลุ่มสุขภาพในชุมชน โดยได้ดำเนินการใน 2 วงจรตามกระบวนการวิจัยปฏิบัติการเชิงวิพากษ์ จากวงรอบที่ 1 สามารถพัฒนาได้ 6 กิจกรรม มาสู่วงรอบที่ 2 สามารถพัฒนาเพิ่มขึ้นอีก 2 กิจกรรม โดยผลการพัฒนากิจกรรมการส่งเสริมสุขภาพจิตของผู้สูงอายุที่เน้นการทำงานร่วมกับเครือข่าย มีทั้งสิ้น 8 กิจกรรม ได้แก่ 1) การพูดคุยรับฟังและสัมผัส 2) การเยี่ยมเยียนและจัดกิจกรรมที่บ้านของผู้สูงอายุบ่อยครั้ง 3) การดูแลสุขภาวะและความเ$...
      PubDate: 2018-01-31
      Issue No: Vol. 10, No. 1 (2018)
       

  •        ปัจจัยทางจิตสังคมที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมป้องกันการรับและแพร่โรค
           

    • Authors: เบญจพร(Benjaporn) ประณีตวตกุล(Praneetvatakul), ดุจเดือน(Duchduen) พันธุมนาวิน(Bhanthumnavin)
      Pages: 83 - 102
      Abstract: การวิจัยเรื่องนี้ เป็นการศึกษาความสัมพันธ์เปรียบเทียบ ซึ่งมีกรอบแนวคิดพื้นฐานมาจากรูปแบบทฤษฎีปฏิสัมพันธ์นิยม ตลอดจนทฤษฎีและหลักการที่สำคัญทางจิตวิทยาทั้งในประเทศและต่างประเทศ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาตัวทำนายที่สำคัญของปัจจัยด้านจิตลักษณะและสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมป้องกันการรับและแพร่โรคในสถานที่สาธารณะ กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยคือ นักศึกษาระดับปริญญาตรีชั้นปีที่ 3 จำนวน 485 คน ประกอบด้วยเพศชาย 166 คน (34.2%) และเพศหญิง 319 คน (65.8%) สุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นกำหนดโควต้า โดยทำการวิเคราะห์ข้อมูลในกลุ่มรวม และใน 6 กลุ่มย่อย ซึ่งแบ่งตามลักษณะชีวสังคมภูมิหลังของกลุ่มตัวอย่าง ผลการวิจัยพบว่า การเห็นแบบอย่างพฤติกรรมป้องกันการรับและแพร่โรคในชีวิตประจำวันจากคนรอบข้าง และลักษณะมุ่งอนาคตควบคุมตน มีความสัมพันธ์ทางบวกอย่างมีนัยสำคัญกับพฤติกรรมป้องกันการรับและแพร่โรคในสถานที่สาธารณะ (p < .01) และผลการวิเคราะห์ถดถอยแบบพหุคูณ พบว่า ปัจจัยด้านจิตลักษณะเดิม สถานการณ์ และจิตลักษณะตามสถานการณ์ สามารถทำนายพฤติกรรมป้อ#...
      PubDate: 2017-10-31
      Issue No: Vol. 10, No. 1 (2017)
       

  •        สถานการณ์ทางสังคมและจิตลักษณะที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการเป็นพลเมืองใส่ใจสังคมของนิสิตระดับปริญญาตรี
           

    • Authors: ปณสาส์น ตั้งเจริญ, ศรัณย์ พิมพ์ทอง
      Pages: 146 - 165
      Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อค้นหาตัวแปรเชิงสาเหตุที่สำคัญในการทำนายพฤติกรรมการเป็นพลเมืองใส่ใจสังคม ทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ ด้านความรับผิดชอบส่วนบุคคล ด้านความรับผิดชอบต่อส่วนรวม และด้านการมีส่วนรวมทางสังคม กลุ่มตัวอย่าง คือ นิสิตระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ จำนวน 500 คน เลือกโดยการสุ่มแบบหลายขั้นตอน เก็บข้อมูลด้วยแบบวัดประเภทมาตรประเมินรวมค่า 6 ระดับ ทั้งหมด 9 ชุด มีค่าความเชื่อมั่นแบบสัมประสิทธ์อัลฟ่าอยู่ระหว่าง .74 ถึง .87 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ คือการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณแบบเป็นขั้น ผลการวิจัยพบว่า 1) พฤติกรรมการเป็นพลเมืองใส่ใจสังคมทั้งด้านความรับผิดชอบส่วนบุคคลในกลุ่มรวม ตัวทำนายที่สำคัญโดยเรียงลำดับจากมากไปน้อย คือ เหตุผลเชิงจริยธรรม การถ่ายทอดทางสังคมเกี่ยวกับอัตลักษณ์ด้านจิตสำนึกสาธารณะ และการเห็นคุณค่าในตนเอง 2) พฤติกรรมการเป็นพลเมืองใส่ใจสังคมทั้งด้านความรับผิดชอบต่อส่วนรวมในกลุ่มรวม ตัวทำนายที่สำคัญโดยเรียงลำดับจากมากไปน้อย คือ การเห็นคุณค่าในตนเอง การอบรมเลี้ยงด...
      PubDate: 2017-10-31
      Issue No: Vol. 10, No. 1 (2017)
       
 
 
JournalTOCs
School of Mathematical and Computer Sciences
Heriot-Watt University
Edinburgh, EH14 4AS, UK
Email: journaltocs@hw.ac.uk
Tel: +00 44 (0)131 4513762
Fax: +00 44 (0)131 4513327
 
Home (Search)
Subjects A-Z
Publishers A-Z
Customise
APIs
Your IP address: 54.166.141.12
 
About JournalTOCs
API
Help
News (blog, publications)
JournalTOCs on Twitter   JournalTOCs on Facebook

JournalTOCs © 2009-